[NEW] วิธีการพูดนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ (Presentation) | ตัวอย่างการนําเสนอโครงงาน – Sgreen

ตัวอย่างการนําเสนอโครงงาน: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

วิธีการพูดนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ (Presentation)

การกล่าวทักทาย (Introduction)

Good morning/afternoon/evening, ladies and gentlemen, I’m…..ชื่อ…..

เรื่อง/วัตถุประสงค์ของการนำเสนอ

Today, I’d like to explain / talk about ….เรื่องที่จะพูด….

(วันนี้ผมอยากจะอธิบาย / พูดคุยเกี่ยวกับ)

Today, I’m going to talk about….เรื่องที่จะพูด….

(วันนี้ผมจะพูดถึง)

In my presentation I’ll be proposing / talking about….เรื่องที่จะพูด….

(ในการนำเสนอของฉันฉันจะได้รับการเสนอ / พูดคุยเกี่ยวกับ)

In my presentation today I’m going to explain ….เรื่องที่จะพูด….

(ในการนำเสนอของฉันวันนี้ฉันจะอธิบาย)

This morning/afternoon I’d like to review ….เรื่องที่จะพูด….

(เช้านี้ / ช่วงบ่ายฉันต้องการที่จะทบทวน)

The subject / topic of my / this / today’s presentation is ….เรื่องที่จะพูด….

(เรื่อง / หัวข้อของฉัน / นี้  นำเสนอวันนี้คือ)

What I’d like to do this morning / afternoon is to present /review / etc. ….เรื่องที่จะพูด….

(สิ่งที่ผมอยากจะทำตอนเช้านี้ / ช่วงบ่ายเพื่อเสนอ / ทบทวน / etc)

The aim of this presentation is to ….เรื่องที่จะพูด….

(จุดมุ่งหมายของงานนำเสนอนี้คือการ)

What I’m going to explain this afternoon / morning are ….เรื่องที่จะพูด….

(สิ่งที่ผมจะอธิบายช่วงบ่ายวันนี้ / ตอนเช้าเป็นเรื่อง)

What I’ll be proposing in my presentation are ….เรื่องที่จะพูด….

(สิ่งที่ผมจะนำเสนอในงานของฉัน)

My presentation this morning / afternoon deals with ….เรื่องที่จะพูด….

(การนำเสนอของฉันเช้านี้ / ช่วงบ่าย เกี่ยวกับ)

Today’s presentation will be / focus on….เรื่องที่จะพูด….

(การนำเสนอในวันนี้จะเป็นเรื่อง / มุ่งเน้นไปที่เรื่อง)

Good morning/afternoon/evening, ladies and gentlemen, I’m…..ชื่อ…..

เช่น

This morning I’m going to .. (talk about ..) / Today I’d like to .. (describe ..)

= บอกหัวข้อเรื่องที่จะพูด

The aim of my presentation is to .. (explain ..)

= บอกวัตถุประสงค์ของการนำเสมอครั้งนี้ 

** สิ่งคัญที่ควรระลึกตลอด คือ การเลือกใช่ประโยคที่เข้ากับสถานการณ์และเรื่องที่จะพูด **

การบอกผู้ฟังคร่าวๆ ว่าประเด็นที่เราจะพูดมีอะไรบ้าง

– I’ve divided my presentation into .. / My talk will be in .. (3 parts).

ฉันได้แบ่งออกเป็นการนำเสนอของฉัน .. / พูดคุยของฉันจะอยู่ใน .. (3 พาส)

– First, I’d like to .. (give you an overview of .. )

ครั้งแรกที่ผมอยากจะ .. (ให้ภาพรวมของ .. )

– Second, I’ll move on to .. / Then I’ll focus on ..

ประการที่สองผมจะย้ายไป .. / แล้วฉันจะมุ่งเน้นไปที่ ..

– After that we’ll deal with .. / Finally, we’ll consider ..

หลังจากนั้นเราจะจัดการกับ .. / สุดท้ายเราจะพิจารณา ..

การกล่าวถึงการถามคำถาม

Feel free to / Do interrupt me if there’s anything you don’t understand.

= ในกรณีที่อนุญาตให้ผู้ฟังถามได้ทันทีในขณะที่เราพูดอยู่

If you don’t mind, we’ll leave questions till the end.

= ในกรณีที่ต้องการให้ผู้ฟังถามตอนสุดท้าย ไม่ขัดจังหวะขณะที่เราพูด

การเชื่อโยงเข้าสู่ประเด็นต่างๆ ตามลำดับ

So, let’s start with .. (the objectives ..)

ดังนั้นขอเริ่มต้นด้วย .. (วัตถุประสงค์ .. )

Now let’s move on to .. ( the next part ..)

READ  [NEW] เจาะลึก! แนวข้อสอบ ก.พ. ภาษาไทย และคณิตศาสตร์ ปี 2563 พร้อมตัวอย่างข้อสอบ | ข้อสอบ คณิตศาสตร์ เพิ่มเติม ม 1 - Sgreen

ตอนนี้ขอย้ายไป .. (ส่วนต่อไป .. )

Let’s turn our attention to .. (the question of ..)

ลองหันความสนใจของเรา .. (คำถามที่ .. )

This leads me to .. (my third point ..)

นี้ทำให้ผม .. (จุดที่สามของฉัน .. )

Finally .. (let’s consider ..)

การสรุปสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว

That completes my .. (description of ..) / So, to summerize .. (there are five key points ..)

ที่เสร็จสมบูรณ์ .. ฉัน (รายละเอียดของ .. ) / ดังนั้นเพื่อ summerize .. (มีห้าจุดสำคัญ .. )

การอ้างถึงสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว และการขอพูดถึงประเด็นใดประเด็นหนึ่งอีกครั้ง

I mentioned ealier .. ( the importance of ..)

I’ll say more about this later. / We’ll come back to this point later. (ฉันจะบอกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภายหลัง / เราจะกลับมาที่จุดนี้ในภายหลัง)

การถามเพื่อดูว่าผู้ฟังเข้าใจหรือไม่

Is that clear? / Are there any questions?

การพูดถึงข้อมูลที่ใช้โสตทัศนูปกรณ์ช่วยนำเสนอ


This transparency/diagram shows ..

If you look at this graph you can see ..(ถ้าคุณดูที่กราฟนี้คุณสามารถเห็น..)

What is interesting in this slide is ..(สิ่งที่น่าสนใจในสไลด์นี้คือ..)

I’d like to draw your attention to .. ( this chart ..)  [ฉันต้องการที่จะดึงความสนใจของคุณ .. (แผนภูมินี้ .. )]

การกล่าวถึงสิ่งที่รู้กันอยู่โดยทั่วไป


As you know .. / As I’m sure you are aware ..

[ในขณะที่คุณรู้ว่า .. / เป็นฉันแน่ใจว่าคุณมีความตระหนัก ..]

การกล่าวเพื่อจบการนำเสนอ


That concludes my talk. / That brings me to the end of my presentation.

[สรุปว่าการพูดคุยของฉัน. / ที่นำฉันไปที่จุดสิ้นสุดของงานนำเสนอของฉัน]

If you have a my questions, i’d be pleased/I’ll do my best to answer them.

Thank you for your attention.

หากคุณมีคำถามที่จะถาม ฉันจะยินดีที่จะตอบ / ฉันจะตอบคำถามเหล่านี้

ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณ

การจัดการกับคำถาม


That’s a good point./I’m glad you asked that question.

= ใช้ชมผู้ถามอย่างจริงใจ เมื่อคำถามนั้นๆ เป็นคำถามที่ดี ไม่ควรใช้ 2 ประโยคนี้กับทุกๆ คำถาม เพราะจะฟังดูเสแสร้ง ไม่จริงใจ

Can I get back to you on that later? I’m afraid I don’t have .. (the information at present)./I’m afraid I’m not the right person to answer that.

= ไม่แน่ใจว่าเราจะตอบคำถามนั้นๆ ได้กระจ่างและถูกต้อง ถือเป็นการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามแบบสุภาพ

= คงฟังดูสุภาพกว่า Do you understand? มากเลยใช่ไหมคะ

ในที่สุด .. (ขอพิจารณา .. )

สถานการณ์ตัวอย่าง

Good morning, ladies and gentlemen, I’m Chris Makepeace from Sale Division. In my presentation I’ll be talking about our summer sale promotion. My presentation will be in two main parts. Firstly, I’d like to give you an overview of our promotion projects. And then I’ll talk about advantages and disadvantages of each project.

READ  10 ประเทศอาเซียน ที่คุณควรรู้จัก (ก่อน......!!) | อาเซียน ประเทศ มาเลเซีย

อรุณสวัสดิ์ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีฉันคริสเมคพีซจากกองขาย ในการนำเสนอของฉันฉันจะพูดคุยเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายในช่วงฤดูร้อนของเรา นำเสนอของฉันจะอยู่ในสองส่วนหลัก ประการแรกผมอยากจะให้ภาพรวมของโครงการส่งเสริมการขายของเรา แล้วฉันจะพูดคุยเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของแต่ละโครงการ

Is there anything wrong apologize at here.(ผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

ขอขอบคุณขอมูลจาก 

Mr. BuBuH  และ  [email protected]

 

 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยคแก่ทุกคน

[NEW] | ตัวอย่างการนําเสนอโครงงาน – Sgreen

สำหรับบอร์ด IPST จะใช้โปรกรม Arduino ในการเขียนคำสั่ง โดยโปรกรม Arduino เป็นโครงการที่นำชิปไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูลต่างๆ มาใช้ร่วมกันในภาษา C ซึ่งภาษา C นี้เป็นลักษณะเฉพาะ คือมีการเขียนไลบารี่ของ Arduino ขึ้นมาเพื่อให้การสั่งงานไมโครคอนโทรลเลอร์ที่แตกต่างกัน สามารถใช้งานโค้ดตัวเดียวกันได้ โดยตัวโครงการได้ออกบอร์ดทดลองมาหลาย ๆ รูปแบบ เพื่อใช้งานกับ IDE ของตนเอง สาเหตุหลักที่ทำให้ Arduino เป็นนิยมมาก เป็นเพราะ ที่ใช้งานร่วมกันสามารถโหลดได้ฟรี และตัวบอร์ดทดลองยังถูกแจกแปลน ทำให้ผู้ผลิตจีนนำไปผลิตและขายออกตลาดมาในราคาที่ถูก

Wi-Fi คือ Wireless LAN หรือระบบ Network แบบไร้สาย ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารภายใต้มาตรฐาน IEEE 802.11 ซึ่งอุปกรณ์ทุกตัวที่ต่างยี่ห้อกันนั้นจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ประสบปัญหา หากอุปกรณ์นั้นผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานก็จะมีการประทับตรา Wi-Fi Certified ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์ตัวนี้สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ อุปกรณ์อื่นที่มีตรา Wi-Fi Certified ได้ แล้วจึงกลายมาเป็นคำศัพท์ของอุปกรณ์ LAN ไร้สาย ระบบเครือข่ายไร้สาย คือระบบการสื่อสารข้อมูลที่มีความคล่องตัวมาก ซึ่งอาจจะนำมาใช้ทดแทนหรือเพิ่มต่อกับระบบเครือข่ายแลนใช้สายแบบดั้งเดิม โดยใช้การส่งคลื่นความถี่วิทยุในย่านวิทยุ RF และ คลื่นอินฟราเรด ในการรับและส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ผ่านอากาศ ทะลุกำแพง เพดานหรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ โดยปราศจากความต้องการของการเดินสาย การอัปโหลดนั้นระบบเครือข่ายไร้สายก็ยังมีคุณสมบัติครอบคลุมทุกอย่างเหมือนกับระบบ LAN แบบใช้สาย ที่สำคัญก็คือ การที่มันไม่ต้องใช้สายทำให้การเคลื่อนย้ายการใช้งานทำได้โดยสะดวก ไม่เหมือนระบบ LAN แบบใช้สาย ที่ต้องใช้เวลาและการลงทุนในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับเลข 802.11 นั้นเป็น เทคโนโลยีมาตรฐานแบบเปิดซึ่งกำหนดโดย Institute of Electrical and Electronics Engineers : IEEE โดยเลขหลักตัวหน้าจะเหมือน ๆ กัน แต่ความแตกต่างของเทคโนโลยีจะกำหนดด้วยตัวอักษรด้านหลัง เช่น 802.11b , 802.11a ,802.11g มาตรฐาน 802.11b ถือเป็นมาตรฐาน Wi-Fi ตัวแรก ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา สามารถส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็ว 11 เมกะบิตต่อวินาทีโดยใช้ช่วงความถี่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ ครอบคลุมพื้นที่ทำการในระยะ 150 เมตร

 สารสนเทศกับการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์

           ผู้พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาหาข้อมูล สืบค้นค้นข้อมูล และพัฒนาทักษะความสามารถด้านสารสนเทศ เพื่อให้การพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพ  การรู้สารสนเทศ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Information Literacy ได้มีนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้ความหมายของการรู้สารสนเทศว่า หมายถึง ความรู้และความสามารถของบุคคลในการระบุความต้องการสารสนเทศของตนเอง ความสามารถในการค้นหา ประเมินคุณค่า และใช้ประโยชน์จากสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ (American Library Association, 1989) การรู้สารสนเทศเป็นความสามารถที่จะกำหนดความต้องการ การประเมิน การจัดการและการใช้สารสนเทศจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ ตลอดจนการศึกษาวิจัย (Bruce, 1996; Humes, 2005)

ภาพการสืบค้นสารสนเทศ
ที่มา, https://www.freepik.com/free-photo/hands-with-laptop-virtual-world-map_979060.htm#page=1&query=Information&position=48, jannoon028

          ดังนั้น การรู้สารสนเทศจึงครอบคลุมความรู้ความสามารถของบุคคลในเรื่องเกี่ยวกับการตระหนักว่าสารสนเทศที่ถูกต้องสมบูรณ์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ การรู้ว่าตนเองมีความต้องการสารสนเทศใด สามารถตั้งคำถามหรือระบุความต้องการสารสนเทศของตนเองได้ สามารถระบุหรือชี้แหล่งสารสนเทศที่จะค้นหาได้ สามารถพัฒนากลวิธีการค้นคืนสารสนเทศได้ สามารถเข้าถึงแหล่งสารสนเทศทั้งที่จัดเก็บอยู่ในสื่อคอมพิวเตอร์หรือสื่อรูปแบบอื่นๆได้ สามารถประเมินคุณค่าสารสนเทศได้ สามารถจัดกลุ่มหรือหมวดหมู่สารสนเทศเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้สามารถบูรณาการสารสนเทศใหม่ๆ เข้ากับองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมได้ และสามารถใช้สารสนเทศในการคิดเชิงวิเคราะห์ และใช้สารสนเทศในการแก้ปัญหาได้ซึ่งก็คือ การนำสารสนเทศต่าง ๆ มาแก้ปัญหาของโครงงานคอมพิวเตอร์นั่นเอง

          การรู้สารสนเทศมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างนักเรียนให้เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต กล่าวคือ การเป็นผู้ที่สามารถค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศ ประเมินและใช้สารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการแก้ปัญหา  ต่าง ๆ หรือเพื่อการตัดสินใจ อัปโหลดกนี้การรู้สารสนเทศยังเกี่ยวข้องกับชุดของทักษะต่างๆ เช่น ทักษะทางเทคโนโลยีและทักษะทางปัญญา (Intellectual Skills) ซึ่งได้แก่ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการแก้ปัญหา

          ความสำคัญต่อการเรียนรู้ การที่ผู้เรียนเป็นผู้รู้สารสนเทศจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากผู้เรียนที่ได้รับการฝึกให้เคยชินเพื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนจะเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น สามารถเรียนรู้อย่างอิสระ การเรียนรู้ในเชิงรุก (active learning) เป็นการเตรียมผู้เรียนเพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เมื่อผู้เรียนเป็นผู้รู้สารสนเทศก็จะมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเองมากขึ้นทั้งส่วนตัวและในการทำงานกลุ่มผู้เรียนจะเป็นผู้ที่สามารถกำหนดทางเลือกเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรสารสนเทศที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความตระหนักถึงรูปแบบของการเรียนรู้เฉพาะบุคคลและพัฒนาจนเป็นความรู้ต่อไปวิธีการพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศวิธีหนึ่งที่ประสบผลสำเร็จคือ การเรียนรู้โดยใช้ทรัพยากรสารสนเทศเป็นฐาน (resource-based learning) ซึ่งวิธีการนี้ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต

          มาตรฐานการรู้สารสนเทศระดับมัธยมศึกษา : มาตรฐานการรู้สารสนเทศ 9 ประการสำหรับนักเรียนในระดับโรงเรียน เป็นมาตรฐานในการสอนทักษะการรู้สารสนเทศแก่นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อสอนให้นักเรียนเป็นผู้รู้สารสนเทศซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต มาตรฐานการรู้สารสนเทศสำหรับนักเรียน 9 มาตรฐาน

คุณลักษณะของการรู้สารสนเทศที่นักเรียนจะต้องปฏิบัติได้ในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์

           มาตรฐานที่ 1 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

นักเรียนทราบถึงความจำเป็นของสารสนเทศ ทราบถึงหลักเกณฑ์การตัดสินว่าสารสนเทศที่ค้นได้ถูกต้องและครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการ สามารถทำให้คำถามในเรื่องที่ต้องการเปลี่ยนไปสู่สารสนเทศที่ต้องการได้ เช่นต้องการพัฒนาโครงงาน Internet of Thing ผู้เรียนจะต้องทราบในสิ่งที่ต้องการค้นหาข้อมูล โดยใช้คำค้นว่า โครงงาน Internet of Thing  หรือ อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง หรือ การสั่งงานโดยใช้อินเทอร์เน็ต เป็นต้น นักเรียนระบุถึงแหล่งสารสนเทศที่มีความหลากหลายได้ เช่น บอกแหล่งที่จะค้นหาข้อมูลได้ ระบุแหล่ง เช่น จะค้นหาใน Google หรือ ห้องสมุด สามารถสร้างและใช้กลยุทธ์ในการสืบค้นสารสนเทศได้ เช่น ตรรกะบูลีน (And Or Not)

READ  ชาวนาได้เงินงวด7 แต่ละชนิดข้าวได้สูงสุดเท่าไหร่ ปลูกกี่ไร่ จะได้กี่บาท ดูคลิปนี้ | ประมวล ผล กลาง

          มาตรฐานที่ 2 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศสามารถประเมินสารสนเทศได้อย่างมีหลักการ

นักเรียนสามารถตัดสินได้ว่าสารสนเทศนั้นมีความถูกต้อง ตรงประเด็น และครอบคลุมในสิ่งที่ต้องการถึงความแตกต่างระหว่างข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นสามารถระบุถึงสารสนเทศที่คลาดเคลื่อนและไม่เป็นจริงได้และสามารถเลือกสารสนเทศที่เหมาะสมกับปัญหาหรือข้อคำถามที่สงสัยได้

          มาตรฐานที่ 3 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศสามารถใช้สารสนเทศได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์

นักเรียนรู้ถึงการนำสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ โดยรวบรวมสารสนเทศใหม่ที่สืบค้นได้มาเป็นความรู้แก่ตัวเอง สามารถแก้ไขปัญหาและข้อคำถามได้ และเผยแพร่สารสนเทศและความคิดในรูปแบบที่เหมาะสม

          มาตรฐานที่ 4 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการศึกษาหรือติดตามสารสนเทศตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล

นักเรียนสามารถค้นสารสนเทศที่แตกต่างกันไปตามความสนใจนักเรียนสามารถออกแบบ พัฒนา ประเมินสารสนเทศและแก้ไขสารสนเทศตามความสนใจได้

          มาตรฐานที่ 5 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศสามารถทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าของวรรณกรรมและนำสารสนเทศไปใช้อย่างสร้างสรรค์นักเรียนเป็นผู้อ่านที่มีความสามารถและมีแรงกระตุ้นตามความสนใจสามารถทราบถึงจุดประสงค์ของการนำเสนอสารสนเทศในแต่ละรูปแบบจัดทำสารสนเทศในรูปแบบต่างๆได้

          มาตรฐานที่ 6 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศเป็นผู้ใฝ่หาความเป็นเลิศทางสารสนเทศ

นักเรียนสามารถกำหนดกระบวนการสืบค้นที่มีคุณภาพและค้นหาสารสนเทศที่ดีสามารถออกแบบกลยุทธ์ในการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาความคิดของตนเองให้ทันสมัย

          มาตรฐานที่ 7 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศเข้าใจความสำคัญของสารสนเทศในสังคมแบบประชาธิปไตยและใช้สารสนเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

นักเรียนสามารถค้นหาสารสนเทศที่มีความหลากหลายในด้าน แหล่ง เนื้อหา สาขาวิชาและวัฒนธรรมสามารถเข้าใจหลักการเข้าถึงสารสนเทศที่มีความเสมอกัน

          มาตรฐานที่ 8 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศเป็นผู้มีพฤติกรรมเหมาะสมและมีจริยธรรมในการใช้สารสนเทศและเทคโนโลยี

นักเรียนมีหลักการคิดสืบค้นสารสนเทศอย่างมีอิสระ สามารถคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนได้นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีความรับผิดชอบ

          มาตรฐานที่ 9 นักเรียนที่เป็นผู้รู้สารสนเทศสามารถเข้าร่วมกับชุมชนและสังคมเพื่อการสื่อสารและสร้างความรู้

นักเรียนสามารถถ่ายทอดความรู้และสารสนเทศใหม่แก่ผู้อื่นได้ นักเรียนสามารถคำนึงถึงความรู้ ความคิด และภูมิหลังของผู้เข้าร่วมประชุมในการสื่อสารสารสนเทศได้ สามารถร่วมมือกับเพื่อนในการระบุปัญหาและค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาได้สามารถร่วมมือกับเพื่อนในการออกแบบ จัดทำ ประเมินสารสนเทศ และหาวิธีการแก้ปัญหาได้

          มาตรฐานการรู้สารสนเทศระดับมัธยมศึกษามาตรฐานการรู้สารสนเทศ 9 ประการสำหรับนักเรียนมีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นพื้นฐานของมาตรฐานการรู้สารสนเทศที่นักศึกษาควรมี จากการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีทักษะการรู้สารสนเทศในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะเรื่องการค้นคว้าหาข้อมูล และการใช้ข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์

แหล่งที่มา

 ชุติมา สัจจานันท์. 2544.  การรู้สารสนเทศเพื่อการประกันคุณภาพ-การศึกษา คนไทยและสังคมไทย.วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 14(3), 50-54.

ACRL. (2000). Information literacy competency standards for higher education. Chicago: Association of College and Research Libraries.

American Library Association.  (1989).  President committee on information literacy final  report.  Chicago: American Library Association.

American Association of School Librarians & Association 2009.Communications and technology, information literacy standards for student  learning. Retrieved Decemder 8, 2019, from  http://www.ala/aasl/aaslproftools/informationpower/ InformationLiteracyStandardsfinal.pdf

Bruce, C., & Candy, P. 2000. Information literacy around the world: Advances in programs and research. Wagga Wagga, NW:Charles Sturt University.


Return to contents


รวมเทคนิคการนำเสนอ พูดพรีเซนต์ยังไงให้น่าฟัง l Future Trends


ไม่มั่นใจ ออกไปพูดหน้าห้อง พูดพรีเซนต์ทีไรก็ตื่นเต้นทุกที
วันนี้ต้นลองหยิบเทคนิคการพูดนำเสนอมาฝากกันค่ะ!
.
.
ติดตาม Future Trends ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่
FB : https://www.facebook.com/futuretrends.th/
Website : https://futuretrend.co/

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

รวมเทคนิคการนำเสนอ พูดพรีเซนต์ยังไงให้น่าฟัง l Future Trends

สอนพรีเซ้นหน้าห้องอย่างมั่นใจ สไตล์เจ้าของช่องขี้เก๊ก


ครั้งนี้ขออนุญาตินำเสนอแบบมีสาระบ้าง55 กับเทคนิคพรีเซ้นอย่างมั่นใจในสไตล์ผม ถ้าชอบอย่าลืมกดLIKE กด Subscribeนาจา

สอนพรีเซ้นหน้าห้องอย่างมั่นใจ สไตล์เจ้าของช่องขี้เก๊ก

การนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ดึงดูดแมลงประหยัดพลังงาน (EIS : Eco Insect Sparker)


โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ดึงดูดแมลงประหยัดพลังงาน (EIS : Eco Insect Sparker) [ปีการศึกษา2556]
คณะผู้จัดทำ :เด็กชายศราวุธ คำขาด เด็กชายดนุพร มณีกาศ เด็กชาย ศาสตรพล สมใจ
ครูที่ปรึกษา : คุณครูเพชรา พรหมขันธ์ คุณครูอุบลศรี อริยวังโส
โรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
โทรศัพท์ 054511104 ต่อ 113 โทรสาร 054522210

การนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ดึงดูดแมลงประหยัดพลังงาน (EIS : Eco Insect Sparker)

การนำเสนอโครงการ


โครงการ การพัฒนาแอนิเมชั่น เรื่อง การซ่อมบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์เบื้ยงต้น วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3

การนำเสนอโครงการ

วิทยาศาสตร์ ป. 3 การนำเสนอโครงงานและวิธีการสอนโครงงานเกี่ยวกับน้ำ ครูวาสินี ศิริบูรณ์


วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
ว 6.1 ตัวชี้วัดที่ 1
เรื่อง การนำเสนอโครงงานและวิธีการสอนโครงงานเกี่ยวกับน้ำ
ครูวาสินี ศิริบูรณ์
โรงเรียนอนุบาลศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ
โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ DLIT (Distance Learning Information Technology)
http://www.dlit.ac.th

วิทยาศาสตร์ ป. 3 การนำเสนอโครงงานและวิธีการสอนโครงงานเกี่ยวกับน้ำ ครูวาสินี ศิริบูรณ์

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ตัวอย่างการนําเสนอโครงงาน

Tác giả: LÊ TRUNG KIÊN

Xin chào các bạn, mình là Lê Trung Kiên. Là một người yêu thích thiết kế và sáng tạo nên mình đã thành lập ra website Sgreen.vn để chia sẻ các kiến thức liên quan đến thiết kế cho tất cả mọi người

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.